คนที่เจ็บมาเยอะอย่างเรา มาแนะนำจากประสบการณ์จริง เคยไหมครับว่า ทำไมพิมพ์คีย์บอร์ดแล้วมันหน่วงๆ ดีเลย์ กดแป้นพิมพ์แล้วครึ่งวิ ถึงพ่นตัวอักษรตามนิ้วเรา บางครั้ง ปัญหาไม่ใช่คีย์บอร์ดครับ แต่เป็น USB Hub ไฟไม่พอหรือไม่เสถียรนั่นเอง เพราะจากที่หาข้อมูลมา USB Hub มีให้เลือกตั้งแต่ไม่ถึงร้อย หลัก 200 – 300 บาท แล้วก็ไป 600 – 800 บาท แล้วก็มีแบบ USB Hub ที่ต่อจอได้ก็เกือบพันหรือ 1,500 – 3,000 บาทเลย แถมยังมีแบบ USB-C กับ USB-A อีกด้วย
เล่าประสบการณ์หลอน เม้าส์คาง เม้าส์เต้นได้ กระพริบ ผีหลอกหรือเปล่า
ปัญหาที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้ ผมเจอมาแล้วกับตัวเลยครับ แต่สำหรับ HDD ผมใช้แบบ Desktop จ่ายไฟแยก แต่ก็ยังแนะนำให้เลือก USB Hub ดีๆ นะครับ เอาแบบนี้ดีกว่า สำรวจดูว่าอุปกรณ์ของเรามีอะไรบ้าง ถ้าพ่วงแค่ Mouse, Keyboard แค่นั้น อันนี้ อันละ 200 – 300 บาท ก็ได้ เช่น ugreen, nubwo แต่ๆๆๆ ราคาถูก มันเป็น USB 2.0 นะครับ ถ้า USB 3.0 ประมาณ 300 บาทครับ อันนี้แค USB-A to USB-A ที่มี 3-4 พอร์ตนะครับ แนะนำใช้ USB 3.0 ดีกว่า ผมเคยเจอปัญหาครับ แต่อันนั้นน่าจะเป็นที่ Card Reader แต่เดี๋ยวนี้ USB Hub หรือ USB Dongle มี Card Reader ด้วยครับ ก็เลยแนะนำไปทีเดียวเลย
หากคุณใช้ Hub ราคาถูก แต่คีย์บอร์ด เม้าส์ ถ้ามันแย่ก็คงแค่หน่วง ค้าง เสียบใหม่ก็จบ แต่ก็จะเจอปัญหาอีก เพราะไฟเลี้ยงไม่พอด้วยครับ และไม่เสถียร แต่ประสบการณ์สยองที่ไม่อยากให้เกิดก็น่าจะเป็น HDD หลุดตอนกำลังก๊อปปี้ไฟล์สำคัญ อันนี้หายนะเลยนะครับ แล้วพาลโทษ HDD ไม่ได้ด้วย

USB Hub ราคาถูก กับราคาค่อนข้างเหมาะสม ต่างกันอย่างไร
คำแนะนำของผมคือ จะซื้ออันละ 200 – 300 บาทก็ได้ แต่มองหาว่า รุ่นไหนที่มีช่องจ่ายไฟเพิ่ม อย่างผมใช้ Nubwo อยู่ มีช่องจ่ายไฟ แต่ขั้วมันเป็นแบบกลม ก็หาหัวจ่ายไฟไม่เจอแล้วครับ ลองหาแบบที่มีหัวจ่ายไฟแบบ Micro USB หรือ USB-C ครับ อ่านถึงตรงนี้ก็เอ๊ะ แล้ว Micro USB ไม่ได้ใช้มานานแล้ว ผมมีมาแนะนำครับ ซึ่งต้องเสียบกับอะแดปเตอร์จ่ายไฟที่เสถียรด้วยเช่นกัน แต่พวกนี้ใช้ไฟไม่เยอะครับไม่ต้องกังวล แค่เสียบคาไว้ตลอดแล้วปลอดภัยก็พอ
หากสังเกตต่อไป ก็คือเรื่องความร้อน ก็เพราะ วัสดุนั่นเองครับ ราคาถูกจะเป็น พลาสติก หรือ ABS เกรดสูง ส่วนราคาสูงหน่อยเป็นอลูมิเนียม ทีนี้เริ่มเห็นความแตกต่างของราคาหรือยังครับ?
สังเกตไหมครับว่าผมจะไม่ใช่คำว่าแพง เพราะ ราคามันมีส่วนของวัสดุ คุณภาพ ความเสถียรด้วย
ถ้าใช้แค่เม้าส์ คีย์บอร์ด ใช้ USB Hub ทั่วๆ ไปได้ แต่ถ้าจะต่อ HDD, SDD, Printer หรือต่อ 3-4 อุปกรณ์ ต้องเริ่มมองหารุ่นดีๆ มีไฟเลี้ยงครับ


รู้ได้ยังไงว่ามีพอร์ตจ่ายไฟเลี้ยง?
ให้ดูจากสเปคครับ ถ้าต่อไฟเลี้ยงได้จะมีบอก หรือไม่ก็ดูตัว USB Hub จะมีช่องเสียบที่สกรีนว่า DC 5V IN ประมาณนี้ หรือมีพอร์ต Micro USB รูปคางหมู หรือ USB-C ที่เราคุ้นเคยเสียบได้ไม่ผิดด้าน
มีอะไรอีก?
ยังไม่หมดครับ เรื่อง “ชิปเซ็ตแบรนด์มาตรฐาน” อันนี้สำคัญครับ ดูจากสเปคได้ ช่วยเรื่องความเสถียร การจ่ายไฟ การจัดการเรื่องความร้อน

ทำไมต้อง USB 3.0?
อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่า เราใช้เสียบกับอะไร มือถือ หรือคอม รองรับ USB 3.0 หรือ 2.0 ดูสีพอร์ต USB สีฟ้า ก็ได้ ว่าเป็น 3.0 แต่ก็ไม่เสมอไป จะต้องดูจากคู่มือและสเปคเพิ่มเติม
USB 3.0 ถ่ายโอนข้อมูลไวกว่า ถ้าคุณเห็นคำว่า 480 Mbps คือ USB 2.0 ถ้าคุณเห็นคำว่า 5 Gbps คือ USB 3.0 ข้อดีคือ การส่งข้อมูล การจ่ายไฟนิ่งกว่า USB 3.0 จ่ายไฟ 900 mA ต่อช่อง ส่วน USB 2.0 500 mA ต่อช่อง
ถ้าเทียบง่ายๆ แบบเข้าใจง่ายไม่เทคนิค
Speed: USB 3.0 ไวกว่า USB 2.0 10 เท่า (5 Gbps vs. 480 Mbps)
Power: USB 3.0 ไฟวิ่ง 900 mA ต่อช่อง จะใช้ชาร์จมือถือก็ไวกว่า รับส่งข้อมูลก็เสถียรกว่า เหมาะกับใช้กับ External Hard Drives ส่วน USB 2.0 ไฟวิ่ง 500 mA ช้า
Compatibility: แต่ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ว่าจะใช้ USB 3.0 แต่เครื่องรองรับ USB 2.0 หรืออุปกรณ์รองรับแค่ USB 2.0 ก็ยัง backward compatible (วิ่งแค่ 2.0)
| คุณสมบัติ | USB 3.0 (แนะนำสำหรับ Hub) | USB 2.0 (แบบเก่า/ราคาถูก) |
| ความเร็ว (Speed) | 5 Gbps (ไวกว่า 10 เท่า!) | 480 Mbps |
| การจ่ายไฟ (Power) | 900 mA (ไฟแรง เสถียร ชาร์จไว) | 500 mA (ไฟน้อย เสี่ยงอุปกรณ์หลุด) |
| ความเสถียร | สูงมาก เหมาะกับ External HDD/SSD | ต่ำ เหมาะแค่เม้าส์หรือคีย์บอร์ด |
| การรองรับ (Compatibility) | Backward Compatible (ใช้ร่วมกันได้หมด) | รองรับเฉพาะรุ่นเก่า |
| ความคุ้มค่า | ซื้อทีเดียวจบ ถนอมอุปกรณ์ระยะยาว | เสียน้อยเสียยาก เสี่ยงอุปกรณ์พัง ใช้ได้แต่แนะนำแค่เม้าส์ คีย์บอร์ด |
เลือก USB 3.0 Hubs ถ้าใช้ต่อ External Hard Drives, SSDs, Flash Drives, กล้อง หรือต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกัน
เลือก USB 2.0 Hubs ถ้ามีแค่ เม้าส์ คีย์บอร์ด พรินเตอร์
แต่ส่วนตัวแนะนำ USB 3.0 ไปเลย ต่อไปเราไม่รู้อนาคตว่าจะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือเปล่าก็ซื้อไปทีเดียวให้จบเลย
ผมเคยเจอ Copy ไฟล์จากคอมไป MicroSD Card เจอทั้งการ์ดช้า และเจอทั้ง USB Hub ช้า และ Card Reader ช้า มันต้องไปด้วยกัน รอหลายชั่วโมงเลย
ไฟเลี้ยง
ท้ายที่สุดคือ “ไฟเลี้ยง” USB เหมือนปลั๊กเลยครับ ที่เสียบพ่วงๆ ต่อไปได้ แต่ปลั๊กรองรับกำลังไฟจำกัด จะเสียบหม้อต้มชาบูก็ใช้เกินกำลังปลั๊กได้ ดังนั้น ถ้าอุปกรณ์เราใช้ไฟเยอะ แล้ว USB Hub ไม่เสถียร มันก็สู้ตัวเองจนมันตุยได้เลยครับ อาจจะไม่ถึงกับไหม้แบบปลั๊ก แต่ก็ทำให้อุปกรณ์เราเสียหายได้
USB พอร์ตเดียวจากคอมมันมีขีดจำกัด (ปกติประมาณ 5V 0.9A) ถ้าเสียบเยอะไฟจะ “ดรอป” ทันที
สุดท้ายแล้ว ย้ำคำเดิมว่า “เลือกของดี ทีเดียวจบ” จริงๆ นะครับ ตอนแรกจะเอา ไม่ถึงร้อยก็คงโอเคแหล่ะ หรือ 150 ก็ได้มั้ง แต่ถ้ามันไม่ดีล่ะ งั้นสุดท้ายเอาตัวที่จ่ายไฟเลี้ยงได้ดีกว่า ไฟไม่พอก็ต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม บวกไป 50 – 100 บาทเอง
แนะนำ USB Hub ที่ผมใช้
ORICO USB C Hub มี HDMI, SD Card, Card Reader Shopee
ORICO USB-A Hub ต่อไฟเลี้ยงเพิ่มได้ Shopee
Nubwo USB-Hub Shopee